@blue's View my profile

ขอบคุณ : domo arigato gosaimatsu

posted on 13 Nov 2009 21:08 by mondaynight  in Diary

วันนี้ เป็นอีก1วันในชีวิต ที่มีค่ามากพอจะจดจำมันเอาไว้

และระลึกถึงเสมอ ทั้งยามหลับและยามตื่น

 

ขอบคุณ ท้องฟ้า ที่เป็ฯเพื่อนผมเสมอ

ทุกอย่างบนโลกนี้ ขอขอบคุณ ทุกสิ่งที่ยังคงเคลื่อนไหว

และมีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ

ขอบคุณที่ผมเองมีความกล้า

 

ขอบคุณทุกอย่างที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน

ขอบคุณความรัก

ขอบคุณความหลัง

ขอบคุณวันวาน

 

ขอบคุณเวลา ความรู้สึก หัวใจ จิตใต้สำนึก แจ็คแดเนียล no.7 

ขอบคุณตาศักดิ์ที่เปิดร้าน

ขอบคุณแม่มากครับ ที่ให้กำลังใจเสมอมา

ขอบคุณคุณพี่ตู๋ ที่มอบโอกาสให้ผม

ขอบคุณษา มากนะ 

ขอบคุณคุณหมวย สำหรับหลายอย่างๆ

ขอบคุณน้องกิ๊ก ที่ยังยิ้มให้เสมอ

ขอบคุณพี่หนุ่ม ไม่ได้พี่ ผมคงไม่รู้อะไรหลายอย่าง

ขอบคุณอาจารย์เผือก สำหรับ นิยามของคำจำกัดความต่าง

 

ขอบคุณพี่ตาสำหรับปลอกหมอน แดงจรัสชวนฝัน

ขอบคุณนก เธอร่าเริงเสมอ ถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ คงจะมีอะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น

 

ขอบคุณพี่เปิ้ล พี่สาวที่น่ารักและแสนดีเสมอ

ขอบคุณพี่อ้อด สำหรับทุกสิ่งที่พี่ให้ผม ขอบคุณมากครับพี่

 

ขอบคุณน้องบุ้ค แม้เอ็งจะเอาแต่ใจแต่ก็พอมีโอกาส เอ็งให้พี่ซะพี่ไม่รู้จะให้คืนยังไง

ขอบคุณลุงไก่ ที่สอนบทเรียน ของการหลอกลวง ให้ผมจนเข้าใจ

ขอบคุณคุณยุ้ย เราจะไม่กวนเธออีกแล้วเราสัญญา ^^

 

ขอบคุณ gainax ที่สร้าง toppa gurren lagann

ขอบคุณ โลกคู่ขนาน ที่มีตัวตนอีกคนหนึ่งคอยสอนผมเสมอ

 

ขอบคุณวีโก้ J เพื่อนรัก

ขอบคุณเสือตั้ม ที่ยังขึ้นมารับผิดชอบเรื่องรถ เวลาที่ผมป่วย

 

ขอบคุณที่หนุ่ย ลูกสาวพี่ สักวันผมจะมาขอ

ขอบคุณแหวนสองวงของผม 

 

ขอบคุณพี่แว่น ที่เห็นคุณค่าในตัวผม

ขอบคุณคุณแต โมชิป ที่มาเม้นต์ให้โลกคู่ขนานของชีวิตมีชีวิต

 

ขอบคุณ น้องปอนด์ ที่ยังคิดถึงกัน

ขอบคุณพี่จิระ พี่หวาน สำหรับมื้กลางวัน

ขอบคุณข้าวแกงร้านป้า ผัดปลาดุก อร่อยสุดยอดในสามโลด

 

ขอบคุณพี่ปิ ผมยังจำวันที่ผมคุยกับพี่วันนั้นได้ ขอบคุณมากพี่

ขอบคุณ คุณtong3sama ในบางสิ่ง

 

ขอบคุณเพลงของพี่ปั่น พี่กุ้ง พี่โต๊ะ พี่ปู

ขอบคุณภาษาญี่ปุ่น

 

ขอบคุณภาษาไทยมากที่สุด ต่อด้วย อิงลิช

ขอบคุณ ตัวผมเอง

ขอบคุณอดีต 

 

ขอบคุณน้องเมย์ ที่ให้อภัย

ขอบคุณ จิ้บ

ขอบคุณสหายนุ่นสหายจี้บ

ขอบคุณน้องบี เซเว่น

 

ขอบคุณเล็ก นะ น้องใหม่ เรียว กี้ ทอม ซิน เคน ยู้ เยี่ยม เทม ซัง พี่เจ พี่บี๋ ยู้ กิง ฟิค บอย แหลม กิ่ง ป๊อด

ปัด(ป้อม) ลี่ เจ๊กุเลา พี่เอ็ม เยี่ยม หญิง อ้อฟี่ พี่ปิ กุ้ก เบนซ์ เด้า ซีแกรม น้องฟ้า น้องส้ม ปอ

เจี๊ยบ คุณคัน เจ๊เจ พี่เจ เพื่อนฮัท บักวี สหายหนอน ไอ้บอล ไอ้แวน พี่มิ้งค์ เก่งคุง (อดีต)พี่หมอ

หมอโอ้ต คุณป้อม(ม้า) ไอ้น้องเอก พี่โจ้ พระเจ้า สาธิต กรีกุล และคุณนั้นแหล่ะ

 

ขอบคุณน้องบิ้กเอ็ม หนูโซลูน่า 1.4GLi  ไมตี้เอ็กซ์

ขอบคุณอาร์เซน่อล

 

ขอบคุณ เสธ โอ้ต อาร์ม หมู ธัช บอล เอก โอ่ง บอม นัท

 

ขอบคุณ ย้อง อ้อฟ โต้ด บิ้ก บิ้ก น้อต ธีร์ ทราย จาว ยุ้ย แอมป์ ทิพย์ เฮีย แม้ว บุ้ง อัพ อ้อม แก้ว กอบ

นัท เบิร์ด ส้ม พช โดม อ๋อง ต้าร์ โอ้ต คุง

 

ขอบคุณหัวใจที่ยังเต้น และมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถกล่าวถึงได้ ณ ขณะนี้

ขอบคุณจากใจผู้ชายคนนี้

และหวังว่า สักวันเราคงได้เจอกัน และคบกันด้วยองค์ประกอบที่สมบูรณ์

 

ข้าพเจ้าขอปิดบล้อค @blues ณ เพียง เท่านี้

และขอขอบคุณทุกท่าน ที่ยังคงติดตามอ่านงานที่เหลือในนี้

 

ผมขอตามหาที่เหลือในชีวิต ใน รูปแบบใหม่ และ

 

และ

 

และ

 

และ

 

ลาก่อนครับ สำหรับหลายๆอย่าง ขอบคุณที่สนับสนุนกันมา

 

ใครที่ผมไม่ได้พูดถึงอย่าน้อยใจ ความจำผมต่ำมาก และคงจะลดลงเรื่อยๆ

ผมขอบคุณทุกคน ที่กล่าวถึง และคนที่อ่านอยู่ตรงนั้น

 

ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ

 

ไว้เจอกันอีกครั้ง ณ โลกใบใหม่

ขอบคุณ

ขอบคุณ ขอบคุณ

 

ป.ล.ขอบคุณเจ้าหนี้และลูกนี้ทุกท่านด้วยะครับ

ผมรักทุกคนเสมอมา และตลอดไป

 

 

น้ำใจ : Heart(s)'s

posted on 11 Nov 2009 01:01 by mondaynight  in Diary

อยาก แค่ฝัน ให้ได้ฝัน ในสรรพสิ่ง

ขอ ความจริง เป็นดังจิต คิดมุ่งหมาย

ให้ เรื่องราว เจ็บเศร้าทุกข์ ได้คลี่คลาย

พรุ่งนี้ หาย ทุกเรื่องหนัก ได้พักใจ

โลก กว้างพอ ให้คนเดิน ไม่ทับเส้น

มี ว่างเว้น ไว้มากมายให้อาศัย

แต่ เหตุใด ไฉนเล่า ไม่เข้าใจ

ความสุข นี้ แบ่งได้ไหม ให้แก่กัน

ให้ เส้นทาง ได้น่าเดิน เพลิดเพลินดู

รอยยิ้ม อยู่ เป็นผู้คิด จิตสร้างสรรค์

กับ แค่ใจ เพียงแค่นี้ โปรดแบ่งปัน

ตัวเอง ท่าน เราเขาเธอ เสมอไป

 

ยิ้มให้กันเถอะครับ อย่าเบียดเบียนกันเลย

ผู้น้อยเกรงใจ ผู้ใหญ่เอ็นดู ผู้มีแบ่งเผื่อ ผู้เหลือแบ่งให้

ผู้ขาดได้มี ผู้รอได้พบ 

โลกคงจะน่าอยู่ขึ้นกว่านี้ ถ้ากฎหมายทั้งโลก บังคับให้ทุกคนมีน้ำใจ

 

น้ำใจ น้ำใจ และน้ำใจ

พอแล้วครับ 

ผมเหนื่อยจัง นอนแล้วครับ บ่นนิดๆแล้วก็นอน พบกันใหม่วันพรุ่งนี้ โลกมนุษย์

//ณ พล

อีกครั้ง : once again

posted on 04 Nov 2009 21:35 by mondaynight  in Diary

หากบนโลกนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ยกเว้นตัวเราเอง

บรรยากาศคงจะเป็นแบบนี้

 

ท่ามกลางผู้คนมากมายที่อยู่รอบตัวเรานั้นกลับกลายเป็นเหมือนกับสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่จะยังคงเป็นไป และไม่เกี่ยวข้องกับตัวเรา

สิ่งที่เคยเป็นเหมือนที่เป็นมา และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป โดยตัวเราเองนั้นไม่มีผลกระทบกับสิ่งใด

 

อากาศเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ดั่งต้องสาป

ภาพเดิมๆในความคิด ผุดขึ้นราวกับเกิดขึ้นเมื่อวาน

ทุกความสุขที่เคยสัมผัส รอยยิ้มที่อบอุ่น สัมผัสที่แนบชิด

ความรักที่ล้นปริ่ม

ความสุขที่ผมเองนั้นอยากให้มันเกิดขึ้นตลอดไป

 

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว

ผมเลิกกับผู้หญิงคนหนึ่ง

 

.......

 

เธออายุมากกว่าผม 1 ปี แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา

เธอมีผิวสีขาวเหลือง ผอม สูง  แต่ดูแข็งแกร่งเหลือเกินสำหรับผม

คำพูด ความคิด การใช้ชีวิต

หลายๆสิ่งที่เธอเป็นได้แสดงให้เห็นถึงหลายอย่างที่ผมไม่เคยมี แต่อยากจะมี

เธอเป็นผู้หญิงที่มีความคิดสูง ฉลาด และเป็นตัวเองสูง

เธอและผม เหมือนจะรู้จักกันดีพอที่จะรู้ว่า

 

เราสองคนต่างก็มีความคิดที่เป็นของตัวเอง

และเราสองคนยังคงเป็นคนสองคน ที่ยังเดินคู่ขนานกัน

แม้จะใกล้กัน แต่จุดหมายปลายทางของเราก็ไม่เหมือนกัน

 

เราทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันในชีวิตมาหลายปี

ทั้งทุกข์และสุข แต่ส่วนจะเป็นความทุกข์ที่ซัดสาดเข้ามาหาพวกเรา

อย่างน้อยสิ่งเหล่านั้น ก็สอนพวกเราหลายๆอย่าง

ให้ข้อคิดหลายๆอย่างกับเรามากมาย

 

ผมเคยคิด และยังคงคิดตลอดว่า บนโลกนี้ คงมีเพียงไม่กี่คน ที่มีความคิดอย่างผม และมีมุมมอง

ในเรื่องราว คล้ายกับผม

ผมเป็นคนช่างจินตนาการ คิดไกลบ้าง สั้นบ้าง แล้วแต่อารมณ์

ผมเป็นคนที่ให้ความสำคัญสำหรับอารม์มากกว่าเหตุผล

ให้ความสำคัญกับความสุขที่ผิด มากกว่าความทุกข์ที่ถูกต้องเสมอมา

 

เธอก็เช่นกัน

 

เราเหมือนกันมาก

 

ในมุมมองและความคิด

เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ถึงมากที่สุดในชีวิต

ความรักที่ผ่านไปก็ได้ผ่านไปแล้ว ไม่สามารถกลับมาได้อีกแล้ว

ผมเข้าใจสิ่งๆนี้เสมอ

เธอสอนผมในหลายๆเรื่อง

ผมสอนเธอในหลายๆเรื่อง

เราไม่เคยทะเลาะกัน

เราหยุดหลายสิ่งด้วยการพอ และยิ้มให้กัน

 

 

สามวันที่แล้ว

เธอพบคนที่เธอคิดว่าใช่ และเธอยืนยันกับเขาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

ผมได้รับคำเชิญจากเธอ

ผมยินดีที่จะตอบกลับความรู้สึกของเธออย่างไม่เสียใจ

 

เหมือนกับลมหนาวที่อยู่ๆก็พัดผ่านเข้ามา

ชวนให้ยะเยือกเย็นเข้าไปถึงขั้วหัวใจ 

 

ผ่านไปแล้วจริงๆสินะ ^^

 

ขอให้รักกันนานๆ ให้มีความสุขในชีวิตคู่

และสมปรารถนาของเธอในเร็ววัน

ข้อความแรกที่เราส่งหาเธอ 

เรายังจำมันได้เสมอ และเธอคงจะจำมันได้เช่นกัน

 

เรายิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย ในวันนั้น

 

 

เวลายังไม่ยอมหยุดหมุน เราก็จะเดินไปในเส้นทางของเราเรื่อยๆ

หวังว่าอย่างน้อย

เราจะจำรอยยิ้มนั้นได้ในลมหายใจสุดท้าย

 

แด่เธอที่แสนไกล ยินดีด้วยนะเธอ

^^

// ณ พล

 

เรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งสมมุติที่อาจจะไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ

และบางสิ่งอาจจะไม่มีวันที่จะเป็นจริง  ^^ 

เขียนมาได้แค่นี้ ผมก็ยิ้มออกแล้ว ขอบคุณ

การเดินทาง : Journey

posted on 28 Oct 2009 00:25 by mondaynight  in Diary

สำหรับผมแล้ว ผมเชื่อว่าการเดินทางเกิดขึ้นตลอดเวลาบนโลกใบนี้

การเดินทางที่มีทั้งที่หมายและจุดมุ่งหมายซึ่งต่างกัน ตามแต่บุคคล

คำว่า โลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา อาจจะดูไกลเกินไป สำหรับผม

สิ่งที่ผมได้เห็นอยู่ คือ การที่ตัวเราเองกำลังหมุนรอบโลกตลอดเวลา เสียมากกว่า

 

ย้อนกลับไปสมัยที่เรายังเริ่มหัดคลาน

ตัวเราเองนั้น มีอารมณ์และความรู้สึกเช่นใด

น้อยคนนักคงจะตอบคำถามนี้ได้ ผมเองก็เช่นกัน

สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คือการมองที่ดวงตาของเด็กน้อย

ที่จ้องมอง เป้าหมายที่อยู่ข้างหน้าตัวเขา และค่อยเขยิบตัวเองไปหาสิ่งนั้น

แล้วก็ตะครุบอย่างสุดกำลังเพื่อคว้ามัน แสดงความดีใจ

ด้วยการสะบัดมือที่กำสิ่งของนั้นไปมา และส่งเสียง 

 

นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ในชีวิตมนุษย์ที่ทำให้เราทั้งหลายต้องเดินทางก็เป็นได้

 

หลังจากที่เราล้มลุกคลุกคลาน และคว้าสิ่งที่เรา(เขา)ต้องการ

มามากพอสมควร เด็กน้อยก็คงจะหมดคุณค่า กับสิ่งของที่ได้มาด้วยความง่ายดายที่เคยชินเสียแล้ว

เขาเริ่มมองสูงขึ้น ไกลขึ้น และกว้างขึ้น

นั่นคงเหมือนกริ่งที่ปลุกให้จิตใต้สำนึกแห่งการเดินทางตื่นขึ้น

" ก้าวแรกของการเดินทาง "ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

คุณจะพบว่า "อุปสรรค" ได้เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน ในวันนี้

แต่"ความพยายาม"ก็ยังคงเดินเคียงข้างมาด้วยกัน  จนภารกิจนี้สำเร็จ

 

หลังจากเดินได้แล้ว เราก็เรียนรู้ที่จะเดินให้เร็วขึ้น

ด้วยการก้าวให้ยาวขึ้น ออกแรงมากขึ้นแกว่งแขวน และโน้มตัวไปข้างหน้า

สิ่งนี้เราเรียกว่า การวิ่ง

สำหรับผมเวลาที่เราวิ่ง เราต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและมั่นใจแล้ว

ประเมินเส้นทางข้างหน้าแล้ว ก็วิ่งออกไป

โดยที่ไม่สามารถมองกลับมาข้างหลัง หรือทอดสายตาไปรอบๆเหมือนการเดิน

แน่นอน เนื่องจากเราวิ่งและเราตั้งมั่นกับเป้าหมาย

การที่เราจะข้ามบางอย่างไป หรือสะดุดหกล้ม มันเป็นเรื่องปรกติ

ดังนั้น ผมจะมองให้ชัดและถามตัวเองอีกสักครั้งเสมอ เวลาที่ผมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็ว

 

นอกเหนือจากที่สองเท้าของมนุษย์สามารถทำได้นั้น

ก็มีสิ่งประดิษฐ์มากมายที่สามารถพาตัวเรา(เขา)ไปได้เร็วและไกลกว่า

ทำให้เรามีความสะดวกสบายที่จะเดินทางเพื่อทำวัตถุประสงค์ให้ลุล่วงได้โดยง่าย

แต่ในทางกลับกัน เราก็ไม่สามารถเดินทางถึงเป้าหมายที่เราวางไว้ได้

ด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้เสมอ ในทุกๆการเดินทาง ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร

เดินทางอย่างไร หรือความเร็วเท่าไร 

 

ขอให้เราได้เตรียมใจไว้เสมอๆ

เพราะทุกคนบนโลกนี้ เดินทางอยู่ตลอดเวลา

มีน้ำใจทางเมื่อเพื่อนร่วมทางเรากำลังรีบ

ให้โอกาสเมื่อเขาเปลี่ยนที่หมายกระทันหัน

คำนึงถึงเส้นทางของตัวเราเอง และพึงสังเกตุ ว่าตัวเราเองนั้นได้

เดินทางกับเส้นทางหรือกีดขวางคนอื่นหรือไม่

อุบัติเหตุคงจะน้อยลงกว่านี้

การเดินทางคงจะปลอดภัยขึ้น อุ่นใจขึ้น เมื่อเราเดินทาง

 

ณ พล

 

//พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ  สัปดาห์นี้ไปงานวิวาห์ที่หนองคาย ^^

 

สวรรค์ : Heaven(s)

posted on 21 Oct 2009 23:10 by mondaynight  in Series

สิ่งที่คนเราให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายเมื่อความหวังในชีวิตพังทลาย

สิ่งที่คนเรายกให้เป็นจำเลยเมื่อทุกสิ่งที่หวังหายไปกับตา

สิ่งที่มนุษย์ใช้กล่าวอ้างเพื่อย้ำเตือนให้พึงปฎิบัติตนเป็นคนดี

 

สิ่งที่ไม่มีตัวตน สำหรับความเป็นจริง

 

มนุษย์โลก กำเนิดเมื่อใด เพราะอะไร  วิวัฒนาการมาจากสิ่งใด

ปัจจุบันสิ่งที่มนุษย์เองพยายามค้นหาคำตอบ  ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามนี้

และอ้างอิงได้อย่างชัดเจน ถึงคำตอบข้อนี้

เป็นเพียงการคาดเดาและพิจารณาเท่านั้น

 

โจทย์ข้อนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่มีอาชีพและหน้าที่ด้านนี้เป็นผู้ค้นคว้าต่อไป

 

แล้วจุดประสงค์ของมนุษย์คืออะไร ?

ถ้าตอบตามหลักการมีอยู่เผ่าพันธุ์ตามแบบสัตว์ทั่วไป

คือการขยายเผ่าพันธุ์ และ การยกตนเองขึ้นสู่ด้านบนสุดของวงจรชีวิต

แต่ถ้าจะให้ตอบตามความคิดแบบสิ่งมีชิวิตที่ดำรงค์ไว้ซึ่งปัญญาเป็นที่ตั้ง

คงจะมีมากมายหลายพันล้านคำตอบบนโลกใบนี้

ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนมีคำตอบของตัวเอง ส่วนใหญ่ก็ยังคงเชื่อมั่นในคำตอบ

และดิ้นรนเพื่อจะทำคำถามเหล่านั้นให้หมดไป

 

 

ทรัพย์สิน?

สำหรับตอนนี้ผมขอตอบว่าใช่

สุขภาพที่ดี ?

ยังเป็นเรื่องที่สำคัญเสมอ

ชื่อเสียง ?

ผมภาคภูมิใจที่พยายามจะเป็นคนที่น่าชื่นชม

ความสุข ?

แน่นอน ผมต้องการมัน และเชื่อว่าลึกๆในใจ ไม่ว่าใครก็ต่างต้องการมัน

 

 

แล้วความสุขคืออะไร

เป็นคำถาม ที่ผมถามตัวเองเสมอๆเวลาที่ผมพบเจอสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้

ความสุขสำหรับผมในสมัยเด็ก

ก็การมีหุ่นยนต์เหล็กตัวโต ประกอบร่างได้ และแยกร่างได้เป็น5ตัว ที่สำคัญ ต้องมี 5 สี

สำหรับผมสมัยวัยรุ่น

คือการมีความรักและได้เล่นดนตรี

สำหรับผมในสมัยเรียน

คือการเรียนให้จบ และมันผ่านพ้นไปได้แม้จะทุลักทุเลแค่ไหนก็ตาม

สำหรับผม ณ ปัจจุบัน

ผมย้อนกลับไปหา "คำถาม" อีกครั้ง จนเหมือนเพื่อนสนิทที่แวะเวียนหากันตลอดเวลา

 

"ความสุข"ทุกวันนี้ที่ผมได้รับ

ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว และ"สามารถเจือจางได้ด้วยเวลาอันสั้น"

รอยยิ้ม ความรู้สึกปลดปล่อย ความฝัน ความคิด

ล้วนยังคงหอมหวล แต่ก็เป็นเพียงกลิ่นหอมที่ผ่านมาตามสายลม

แล้วก็พัดผ่านไป  โดยไม่ได้หยุดหมุนอยู่รอบตัวเรา ตลอดเวลา

 

แต่กลับกัน "ความทุกข์นั้น แลดูเหมือนจะเป็นคนที่เอาใจใส่ต่อตัวเรามากกว่าด้วยซ้ำไป"

มันกลับมาเวียนวนอยู่ที่ตัวเรา ทุกครั้งที่เราคิดเพียงชั่วขณะจิต

และบางที่อาจจะก่อตัว เป็นพายุลูกใหญ่ พัดจนสะเทือนไปทั้งร่างเลยก็เป็นได้

 

ในขณะเดียวกัน

ผมยังคงเชื่อในนรก สวรรค์

เหมือนที่หลายๆคนเชื่อ

และยังเปรียบความทุกข์คือนรก ส่วนความสุขเหมือนสวรรค์

เหมือนอย่างที่หลายๆคนคิด 

 

ถ้าเช่นนั้น อย่างน้อย ผมก็เชื่อว่า สวรรค์ยังอยู่บนพื้นดินและเราสามารถสัมผัสได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆก็ตาม

เกี่ยวเนื่องกัน  นรกนั้น ก็ยังคงมีตัวตนอยู่บนพื้นโลกที่เราอาศัยและอาจจะเห็นได้ชัดกว่าด้วยซ้ำไป

 

"การไขว่คว้าหาสวรรค์บนโลก"

หากเราบอกกับใครๆ คงจะไม่แปลก ถ้าเขาจะมองเราแปลก และผิดปรกติ

ซึ่งอาจจะถึงขั้น "เสียสติ" สำหรับสายตาบางคู่

 

แต่ผมเชื่อว่ามันมีจริง

และเราสามารถสร้างได้ด้วยตัวเราเอง คนเดียวด้วยซ้ำไป

ผมรู้สึกคุ้นเคยกับความรู้สึกนั้น และมีความหวังตลอดว่าผมจะสร้างมันสำเร็จ

ก่อนที่ผมจะหมดพลังในการเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง

(คุณจะพบว่ามันใช้พลังมากมายในการเริ่มต้น แต่คุณจะได้มันมาโดยไม่รู้ตัว)

ทั้งๆที่ตัวผมเอง ยังคงเดินเหยียบย่ำอยู่บน นรก ขั้นบน ตลอดเวลา

แม้มันจะเบาบาง แต่ผมก็สัมผัสได้ ว่าความทุกข์หรือนรก ที่กัดกินหัวใจของผู้คนนั้น

ไม่ได้หายไปไหน และอยู่ใกล้ตัวเรามาก

 

 

ท้ายที่สุด ก่อนที่ผมจะทำได้แค่ ยกความผิดให้กับสวรรค์

ยกความหวังสุดท้ายให้สวรรค์เป็นผู้พิพากษา

และอ้อนวอนถึงสววรค์ให้แสดงความเมตตา

 

ผมขอใช้เวลาที่มีในชีวิตนี้ ได้ลองค้นหามันให้เจอ ด้วยตัวผมเอง

และปรับเปลี่ยนตัวเราเอง ให้สามารถเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้

ผมว่าความสุข ที่ผมเฝ้าถามกับตัวเอง คงจะมีคำตอบอยู่ในนั้นแน่นอน

 

ขอให้ผมยังคงมีความกล้า และมีความคิดแปลกๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆก็แล้วกัน

เพื่อให้ได้พบสวรรค์ในชาตินี้  และมีสายสัมพันธ์อันดีกับรอยยิ้ม

 

ถ้าคุณกำลังตามหาอยู่ ขอให้เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ แม้จะเจอกับ นรก อยู่ทุกวัน

ถ้าคุณได้พบเจอมันแล้ว ขอให้คุณรักษาไว้ให้มั่นและพิสูจน์ให้แน่ใจว่าเป็นของจริง

 

ขอให้มนุษย์ทุกคนบนโลก พบเจอ และมอบ " สวรรค์ " ให้เป็น " ของขวัญ "

แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

และเลิกหยิบยื่น " นรก " ที่ห่อหุ้มด้วยความสวยงาม ให้แก่กัน

ผมเชื่อว่านั่นจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุด 

บนโลกที่แสนเหน็ดเหนื่อยใบนี้

 

มีอย่างหนึ่งที่ผมมั่นใจ "พระเจ้า"ในสวรรค์เหล่านั้น

ไม่มีพระเจ้าพระองค์ใด ทรงพระนามว่า "เงิน"

 

//ณ พล