โลกมิติที่ ๘ : 8th dimension world
posted on 15 Jul 2010 01:50 by mondaynight in Seriesทุกสิ่งที่มีความสุขบังเกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องเหลือเชื่อในโลกใบนี้
โลกที่ทุกคนต่างสมหวังในทุกๆเรื่อง ทั้ง ความรัก การเงิน และความฝัน
โลกที่ถูกแต่งแต้มด้วยความงดงามอย่างหาที่สิ้นสุดไม่ได้
ทุกสิ่งดูละเมียดละไม และอ่อนไหว ราวกับจะบันดาลให้ทุกคน สุขใจกับทุกอย่างที่ได้สัมผัส
อากาศที่อบอุ่น ท้องฟ้าที่สดใส และแสงแดดที่อ่อนโยน
ประดุจว่าที่นี่ได้โอบอุ้มหัวใจของทุกคนเอาไว้อย่างอบอุ่นและอ่อนหวาน
มอบความรักให้กับประชากรอย่างทะนุทะนอมเหมือนดังแม่ที่กอดลูกน้อยไว้อ้อมอก
บทเพลงถูกขับขาน ณ โลกใบนี้อย่างไม่ขาดสาย ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน
ค่อยขับกล่อมให้ทุกชีวิตได้เคลิบเคลิ้มไปกับชีวิต
อาหารที่ถูกตระเตรียมไว้อย่างหรูหราและเลอรศ พร้อมสำหรับ รับประทานได้ทุกเมื่อที่หิว
ถนนหนทางที่ถูกแต่งเติมด้วยรอยยิ้ม และสถาปัจยกรรมอันวิจิตรหาใดเปรียบ
รถม้าค่อยๆเคลื่อนที่อย่างช้าๆและมีระเบียบ ดูแล้วสวยงามดังนิยายที่เกิดขึ้นจริง
ผู้คนต่างมอบความรัก ความเกื้อกูลให้แก่กัน อย่างไม่สิ้นสุด
ทุกทิศทางประกอบด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ดังคนรักยิ้มให้แก่กัน
ผมได้แต่ตกตะลึงในความงามของที่นี่จนไม่อาจกลับไปพบเจอกับโลกที่ผมอยู่ได้เลย
โลกที่มีเพียงแค่
ความผิดและความสิ้นหวังของผู้คน โลกที่ถูกย้อมถมด้วยความมืดดำที่เด่นชัดแม้ยามตะวันทอแสง
บรรยากาศรอบกายที่ถูกกลืนกินด้วยความ เสแสร้งและการหลอกลวง
แสงแดดที่ร้อนแรงประหนึ่งจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ ท้องฟ้าที่มืดดำ และกลางคืนที่เหน็บหนาวสุดขั้วหัวใจ
ราวกับว่ามันถูกความเดียวดาย และความฉ้อฉล ฉาบไว้ในทุกอณูแห่งชีวิต
บทเพลงที่หลอกล่อให้ผู้หลงใหลด้วยมึนเมา ถูกบรรเลงตลอดเวลา ทั้งตามตื่นและยามหลับ
รสอาหารที่เจือปนด้วยเคมีนานับชนิด เพียงเพื่อลวงตา ให้น่าลิ้มลอง
ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความเอารัดเอาเปรียบและความเห็นแก่ตัว
ยังคงมีพาหนะชนิดต่างสัญจรอยู่ ตลอดเวลา ราวกับว่าไม่มีหยุดพักและเหน็ดเหนื่อย
ผู้คนต่างเรียนรู้ที่อยู่รอดให้ได้ภายใต้สังคมอันมืดดำนี้ สังคมที่ไปด้วยประชากรผู้ต้องการอยู่รอด
สังคมที่มนุษย์ทุกคนเห็นตัวเองเป็นสำคัญเหนืออื่นใด สังคมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเจือปนด้วย
ความหลอกลวง
ผมเพียงพยายามอธิบายต่อสังคมซึ่งไร้ค่านี้ซ้ำไปซ้ำมา จนชินและชา
ทุกวันนี้ผมได้แต่ปล่อยวางและมองดูโลกใบนี้เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา
ตราบไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ สิ่งสวยงามที่ยังคงเหลืออยู่เพียงน้อย
คงกลายเป็นแค่เพียงเรื่องเล่าขานสำหรับคนรุ่นหลัง
ผมคงทำได้แค่ ปล่อยให้ตัวผมเข้าสู่โลกคู่ขนานอีกใบหนึ่งในเวลาที่ผมหยุดพักจากโลกใบเก่า
แล้วคุณหล่ะกล้าที่จะก้าวตามผมมารึเปล่า
// ณ พล
2.17AM 15/07/10
ทวนทบจบสิ้นยินเสียงเพ้อ ฝันละเมอฝันตื่นฝันจวบกาล
จินตภพพิภพภาพกาลนาน ปัจจุบันผ่านผันทันสมาน
บรรจบนับจับชั่วมโนมาน ภวังค์ดับลับวานผ่านเพียงลม
หวังช่างหวังดุจว่าฝันนั้นวิจิตร ชวนพินิจพิษมิยอมว่าหอมขม
ยอมด่ำดื่มคืนค่ำย้ำอารมณ์ ดั่งสิ้นสมหวังประสบภพชีวัน
หากตื่นเพียงเสียงเพรียกจากข้างโสตน์ คงได้หวังดังโจทย์โชติถวิล
ประดุจแม้นลมข้างกายว่าได้ยิน ไฉนตื่นเพราะเชยชินสิ้นเฉยชา
มโนรมย์จมกลับรับอดีต ประดุจดั่งสั่งสังคีตกรีดกัณแสง
ดำดิ่งห้วงช่วงลึกสำนึกแสดง ด้วยรุนแรงปานโบกขรณี
ทุรยศทนระกำกล้ำกลืน ให้ตนอัตตภาคตื่นคืนวิธี
อันปัจเจกเป็นเอกอัตตภาคี สู่เส้นทางวิถีอันควรเป็น
//ณ พล